บทที่ 5 5

“ค่ะ เรย์เข้าใจ แต่วันนี้ขอตามใจตัวเองหน่อยนะคะ”เรนิตายิ้มให้คนที่ดูแลเธอมาหลายปีอย่างน่ารักน่าเอ็นดู

เมญ่าเองก็ยอมรับว่าเรนิตาถือเป็นเด็กที่ดีคนหนึ่ง แม้ว่าตอนนี้ อีกฝ่ายจะมีชื่อเสียงมากพอที่จะโบกมือลาตนเองไปหาผู้จัดการคนอื่นที่มีชื่อเสียงหรือดูแลเหล่าศิลปินชื่อดัง แต่เรนิตากลับไม่เคยทอดทิ้งเธอเลย เนื่องด้วยทั้งคู่มีวันนี้ได้เพราะกันและกัน

“โห ร้านนี้คนเยอะมากเลยน้องเรย์ เป็นร้านดังของเชียงใหม่” เมญ่าพูดขึ้นเมื่อขับรถมาถึงหน้าร้านอาหารเหนือชื่อดัง ที่ตอนนี้มีคนต่อแถวรอเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก

“จริงค่ะ เรย์อ่านในรีวิว มีแต่คนบอกว่าที่นี่อร่อยมาก เรย์อยากลองชิมไส้อั่วที่ใส่เห็ดถอบ ต้องอร่อยมากแน่ๆ เลยค่ะ” เรนิตายิ้มหวานในตาเปล่งประกาย เพราะเคยอ่านเจอหลายๆ ที่เขียนบอกว่าถ้ามาเที่ยวเชียงใหม่จะต้องแวะร้านนี้

“งั้นเราจอดทานร้านนี้เลยนะ” ผู้จัดการสาวใหญ่ไม่รอช้า สอดส่ายสายตาหาที่ว่างๆ เพื่อจะจอดรถทันที

แต่พอดาราสาวเห็นว่ามีผู้คนมารอทานอาหารที่ร้านดังเต็มไปหมดกลับนึกอยากจะเปลี่ยนใจไปอุดหนุนร้านเล็กๆ บ้าง

“ร้านดังคนแน่นมาก แต่จริงๆ เรย์อยากอุดหนุนร้านธรรมดาๆ มากกว่า เงินจะได้กระจายไปร้านเล็กๆ บ้างร้านดังคนแทบจะแย่งกันเข้าร้าน แอบเห็นใจร้านเล็กๆ เหมือนกันนะคะ”

ดาราสาวคนสวยพูดอย่างใจคิด แม้ว่าจะอยากกินร้านนี้แค่ไหน แต่ก็อดสงสารร้านเล็กๆ ไม่ได้ เธอเชื่อว่าร้านอื่นๆ ก็คงมีรสชาติอร่อยไม่แพ้กัน แต่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ถ้าเธอไปเจอร้านเล็กๆ แต่คุณภาพอาหารดี หญิงสาวก็มักจะถ่ายภาพแชร์ลงโซเชียล ถือเป็นการโฆษณาให้ร้านเล็กๆ ฟรีๆ แบบไม่ต้องจ้าง

“อย่าคิดมากน่าน้องเรย์ นานๆ เรามาที อีกอย่าง ถ้าเราไม่ทานร้านนี้ เดี๋ยวใกล้เวลาขึ้นเครื่องแล้วจะไม่ได้ทานสักร้านเลยนะคะ” เมญ่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอเข้าใจความรู้สึกของเรนิตาดี แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือก เพราะอีกไม่นานจะถึงเวลาต้องขึ้นเครื่องแล้ว

“ก็ได้ค่ะ” เรนิตาว่าง่าย ส่งยิ้มให้ผู้จัดการสาว เพราะก็จริงของเมญ่า หากเธอมัวแต่เรื่องมากมีหวังตกเครื่องแน่ๆ

“สองที่ค่ะ”

เมื่อเข้ามาถึงที่บริเวณตัวร้าน เมญ่าก็รีบจัดการเดินเข้าไปจองโต๊ะกับพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ด้านหน้า ซึ่งทีแรก บริกรหนุ่มก็ยิ้มให้ลูกค้าพร้อมตอบรับ

“ได้ครับคุณลูกค้า อาจต้องรอนานสัก...” แต่พอมองไปที่หญิงสาวซึ่งยืนอยู่ด้านหลังลูกค้าที่สนทนาด้วยก็เกิดอาการอึ้ง เบิกตาโต อ้าปากค้าง คำพูดสะดุดลงเท่านั้น

“คุณเรย์ ดารา ใช่ไหม”

“ค่ะ” เรนิตาตอบแค่นั้น

จากนั้น ไม่นานก็มีเสียงฮือฮาจากเหล่าลูกค้าที่ยืนรออยู่หน้าร้าน แน่นอนว่าเรนิตาเป็นดาราดัง ย่อมมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็คงเป็นหลายๆ คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย

“พี่เรย์ใช่ไหมคะ /น้องเรย์/คุณเรย์/คุณเรย์ดาราใช่ไหม”

“พวกเราขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” ชั่วอึดใจก็มีเด็กสาวอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ สองสามคนเดินมาขอเรนิตาถ่ายรูป

“ได้สิคะ” เรนิตาส่งยิ้มให้กับกลุ่มเด็กสาวด้วยความเต็มใจ

พนักงานสาวของร้านหันไปมองตามเสียงนั้น เมื่อเห็นว่าลูกค้าคนสำคัญมาก็ออกอาการตื่นเต้นดีใจ แล้วรีบวิ่งไปบอกเจ้าของร้านด้านในทันที

“กรี๊ดดด น้องเรย์มาที่ร้านค่ะ!”

จากนั้นก็เห็นสายตาของคนภายในร้านหลายคู่หันมามองทางสองสาวที่ยืนนิ่ง ปั้นสีหน้าไปคนละแบบ

“พี่ว่านะเรย์ไม่ต้องรอคิวนานหรอก เดี๋ยวก็ได้กินละ”

ฝ่ายผู้จัดการสาวใหญ่พูดด้วยความเคยชิน เพราะส่วนใหญ่ร้านอาหารเมื่อเห็นว่าดารานักแสดงมาอุดหนุนก็มักจะอำนวยความสะดวกให้เสมอ ทว่า เรนิตามีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะไม่ค่อยชอบแสดงตนเป็นอภิสิทธิ์ชน เธออยากได้รับการปฏิบัติเหมือนเช่นคนอื่นๆ มากกว่า

อีกฟากหนึ่งชายหนุ่มใช้เวลาเดินทางมาที่ร้านอาหารเหนือชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่เพียงแค่สามสิบนาทีเท่านั้น แต่ความรู้สึกของเขากลับรู้สึกราวกับว่าเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เพราะเขาใจร้อนและอยากเจอเธอคนนั้นไวๆ ให้สมกับที่เขาไม่ได้เจอเธอมานาน

ทันทีที่ชายหนุ่มเห็น เรนิตา ดาราสาวชื่อดัง แต่กลับไม่มีใครทำให้หัวใจเขามันมีอารมณ์หลากหลายจนรู้สึกพลุ่งพล่านไปหมด วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว สวมแว่นตากันแดดสีดำ ในลุคสบายๆ แต่บุคลิกและรูปร่างหน้าตาของเธอกลับทำให้เธอโดดเด่นจนผู้คนต้องหันไปให้ความสนใจ รวมถึงภาสกรเองที่รู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด เรนิตายังคงสวย สดใส น่ารักและเป็นธรรมชาติเสมอ…แม้ว่าดาราสาวจะพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับคนทั่วไปแต่ออราในตัวทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าใคร ทุกคนกลับจำเธอได้ดี และต่างรุมล้อมที่จะเข้ามาถ่ายรูปกับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

“รอนานไหมครับคุณเรย์”

“ไม่นานเลยค่ะ เรย์รอได้ ขอบคุณมากนะคะ” ในขณะที่ดาราสาวก็ตอบกลับไปอย่างเป็นมิตรเช่นกัน

“เอ่อ ยังไง เดี๋ยวเชิญคุณเรย์เข้าร้านได้เลยนะครับไม่ต้องรอคิว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป